ในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งก็คือ ฝา ซึ่งมีหลากหลายประเภทตามแต่ความต้องการในการผลิต ตามประเภทของอาหาร หรือสินค้าที่ต่างๆ ที่บรรจุภายใน ส่วนใหญ่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ก็จะมี 1. ฝาธรรมดา (Normal end)  2. ฝาเปิดง่าย (Easy open) ส่วนฝาประเภทอื่นๆ ก็มี 3. ฝากระป๋องทรงรี หรือทรงพิเศษต่างๆ 4. ฝากระป๋องสเปรย์ รวมไปถึง 5. ฝาปิดภาชนะที่มิใช่โลหะ เช่น ฝาจีบ (Crown Cap) จำพวกฝาน้ำอัดลม ฝาเกลียว (RO) หรือฝาเกลียวบิดขาด (ROPP) จำพวกฝาขวดเครื่องดื่มชูกำลัง และฝาเขี้ยว (Lug Cap) หรือ (Twist Off) จำพวกฝาขวดแยม และหลอดยาต่างๆ (Collapsible Tube)

ถ้าเป็นฝาประเภท ฝาธรรมดา (Normal end)  ฝาเปิดง่าย (Easy open)  ฝาจีบ (Crown Cap) ฝาขวดแยม ฝาสามารถผลิตจากแผ่นเหล็กชุบดีบุกหรือแผ่นเหล็กชุบโครเมี่ยมก็ได้ แต่ในปัจจุบันนิยมใช้แผ่นเหล็กชุบโครเมี่ยม เนื่องจากความแข็งแรงและความทนทานแรงดันสูงกว่า ส่วนขั้นตอนในกระบวนการผลิตนั้น จะเริ่มต้นจากการใช้แผ่นเหล็กโลหะที่ตัดขนาดพอดี ส่งเข้าเครื่องเพื่อปั๊มให้โก่งขึ้นรูป (Curling) เพื่อให้ฝาสามารถขยายตัวได้เมื่อได้รับความร้อน และหดตัวเมื่อเย็นลงโดยไม่เกิดรอยหักเสียหาย ส่วนกรณีของการผลิตฝาเปิดง่าย (Easy open)  มีขั้นตอนเพิ่มเติมจากขั้นตอนผลิตฝาธรรมดา (Normal end)   คือ การบากร่องบนฝาเพื่อนาห่วงมาเจาะลงที่ร่อง ต่อมาจึงพ่นแลคเกอร์เพื่อซ่อมแซมรอยบาก

ในส่วนของการทำอาหารกระป๋องด้วยการใช้ความร้อนแล้วบรรจุกระป๋อง ถึงแม้ว่าจะใช้ขบวนการทำลายจุลินทรีย์อย่างถูกต้องแล้วก็ตาม ก็ยังจำเป็นต้องป้องกันมิให้จุลินทรีย์เข้าไปได้อีก เพื่อให้อาหารกระป๋องมีอายุการเก็บได้นาน ดังนั้นอาหารที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วจึงต้องบรรจุกระป๋องที่มีการปิดผนึกอย่างดี ไม่ให้อากาศเข้าออกได้ การปิดผนึกกระป๋องมีความสำคัญมาก เพราะถ้ากระป๋องมีรอยรั่วเกิดขึ้น จุลินทรีย์ก็จะผ่านเข้าไปภายในได้ ทำให้อาหารเสีย โดยปกติกระป๋องจะมีส่วนที่ต้องผนึกอยู่ 3 แห่ง คือตะเข็บข้าง ตะเข็บฝาล่าง และตะเข็บฝาบน

ในที่นี้เราจะกล่าวถึงจะเฉพาะ ตะเข็บฝาล่างและตะเข็บฝาบน โดยทั่วไปมักนิยมทำเป็นตะขอเกี่ยวกัน แบบ Double Seam หรือตะเข็บสองชั้น จัดเป็นตะเข็บที่ปิดผนึกแน่น ด้วยเครื่องปิดฝากระป๋อง (can seamer) โดยใช้ลูกกลิ้งรีดให้ติดกันแน่น

การเกิด double seam ได้จากการทำงานสองขั้นตอนของลูกกลิ้ง (roll) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเครื่องปิดฝากระป๋อง

เริ่มต้นตัวกระป๋อง (can body) ซึ่งมีส่วนที่ยื่นออกมาบริเวณปากกระป๋อง เรียกว่า flange และ ฝากระป๋อง (cover) จะมีส่วนยื่นเรียกว่า curl ซึ่งครอบกันพอดี เมื่อลูกกลิ้งแรกทำงาน (first operation roll) จะม้วน ส่วนของ curl ครอบ flange จากนั้นจังหวะที่สอง (second operation roll) ลูกกลิ้งลูกจะรีด เพื่อบีบให้แน่น เกิดเป็นชั้นของตะเข็บ ที่เป็นการพับทบกันแน่นของโลหะ ถึง 5 ชั้น และระหว่างชั้นโลหะ จะมีวัสดุกันรั่วซึม(Sealants) แทรกอยู่ระหว่างชั้นโลหะ ด้วยการหยอดน้ำยายาง (Compound) รอบๆ ขอบฝาด้านในเพื่อทำให้เกิดการปิดผนึกที่สนิท (Hermetical seal) โดยน้ำยายางจะเคลือบอยู่ตามแนวเส้นรอบวงด้านในของส่วนโค้งงอของขอบฝา (Curl) ในปริมาณ ร้อยละ 60-70

นี่คือที่มาของ ยางยาแนวฝากระป๋อง ซึ่งก็คือสารปิดผนึกที่สอดแทรกอยู่ในบริเวณฝาเพื่อป้องกันการรั่วซึม คุณสมบัติสำคัญคือ ป้องกันการรั่วซึมตามแนวตะเข็บระหว่างตัวภาชนะกับฝา โดยถ้าเป็นกระป๋อง 3 ชิ้นจะใช้ยางยาแนวทั้งตะเข็บฝาล่างและตะเข็บฝาบนภายหลังการบรรจุอาหารหรือสินค้าลงในภาชนะแล้ว  เพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนจากภายนอก  ซึ่งช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ภายในกระป๋อง

นอกจากนี้ยางยาแนวฝากระป๋องนี้ต้องทนอุณหภูมิสูงในกระบวนการฆ่าเชื้อเพื่อถนอมคุณภาพอาหาร โดยยางยาแนวฝาประเภทนี้ เป็นประเภทที่อาศัยน้ำเป็นวัสดุพื้นฐาน (water based sealing compounds) เป็นยางที่ผลิตขึ้นตามมาตรฐานสากลขององค์การอาหารและยา (FDA) สำหรับใช้กับภาชนะบรรจุอาหาร มีจุดเด่นหลายด้าน เช่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นพิษกับผู้บริโภค เป็นต้น ยางยาแนวฝาประเภทนี้มีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับการใช้งานและสินค้าที่บรรจุในกระป๋อง เนื่องจากสินค้าแต่ละชนิดต้องการการป้องกันการรั่วซึมที่แตกต่างกัน เช่น กระป๋องอาหาร กระป๋องเครื่องดื่ม เป็นต้น ตัวอย่างกระป๋องประเภททั่วไปที่ใช้ยางยาแนวฝากระป๋องประเภทนี้เช่นกัน ได้แก่ กระป๋องบรรจุน้ำมันเครื่อง กระป๋องสเปรย์ หลอดบรรจุยาหรือเครื่องสำอาง เป็นต้น

คุณภาพของกระป๋องสาหรับบรรจุอาหารเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร กระป๋องที่ไม่สมบูรณ์หรือมีข้อบกพร่องจะทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพเร็ว ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างองค์ประกอบในอาหารกับเหล็กที่ใช้ทำกระป๋อง หรือเกิดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์เข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร จึงทำให้เกิดการเน่าเสีย โดยข้อบกพร่องของกระป๋องและฝา แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ข้อบกพร่องวิกฤต (Critical defects) ข้อบกพร่องสำคัญ (Major defects) และข้อบกพร่องเล็กน้อย (Minor or warning defects)

ส่วนยางยาแนวอีกประเภท คือยางยาแนวฝา PVC Plastisol ซึ่งเป็นส่วนประกอบไวนิล (Vinyl compound) ที่ได้จากการผสมของ PVC Paste Resin, Plasticizer และ Additives ชนิดต่างๆ  เป็นอนุภาคพีวีซีที่กระจายตัวในพลาสติไซเซอร์ มีลักษณะเป็นของเหลวข้นที่อุณหภูมิปกติ  เมื่อถูกความร้อนในกระบวนการชุบเคลือบหรือขึ้นรูป จะหลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างฟิล์มพลาสติกที่เหนียว เมื่อแข็งตัวแล้วจะไม่กลับคืนสภาพเป็นของเหลวอีก ข้อดี PVC Plastisol คือมีขยายขนาดได้สูงและทนทานต่ออุณหภูมิการอบที่สูงในกระบวนการผลิตได้ดี

PVC Plastisol ใช้สาหรับยาแนวฝาบรรจุภัณฑ์โลหะต่างๆ จำพวกถัง 20 ลิตร (Crimp Cap) จนถึงถัง 200 ลิตร เช่น ถังแกลลอนใส่สี ถังสำหรับบรรจุน้ำมัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้กับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่โลหะ เช่น ยางยาแนวฝาจีบ (Crown Cap) ของขวดแก้วน้ำอัดลม ยางยาแนวฝาเกลียว (RO) หรือ ฝาเกลียวบิดขาด (ROPP) ของขวดเครื่องดื่มชูกาลัง และยางยาแนวฝาเขี้ยว (Lug Cap หรือ Twist -Off) ของฝาขวดแยม อีกด้วย

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยูบิส ได้พยายาม คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางยาแนวฝากระป๋อง (Sealants) ทั้งแบบ water based sealing compounds และ PVC Plastisol ให้มีความหลากหลาย และคงรักษาคุณภาพที่ดีอย่างต่อเนื่องเสมอมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต่างกัน จนประสบความสำเร็จในยอดขายทั้งในประเทศ และขยายตลาดไปยังต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของยูบิส คือผู้ประกอบการโรงงานผลิตกระป๋องโลหะ เพื่อบรรจุอาหารกระป๋อง เครื่องดื่มรวมถึงโรงงานผลิตกระป๋องสเปรย์ ถัง แกลลอน และอื่นๆ อีกมากมาย

 

แหล่งข้อมูล

chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://packaging.oie.go.th/new/admin_control_new/html-demo/file_technology/9816245307.pdf

 

chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/http://www.research-system.siam.edu/images/coop/Study_on_the_causes_of_the_scratch_on_fish_/06_ch2.pdf_%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97_2.pdf

 

https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0654/double-seam-%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99