จากประวัติบรรจุภัณฑ์ จนถึงแลคเกอร์เคลือบกระป๋อง

พัฒนาการของบรรจุภัณฑ์อาหาร

ตั้งแต่มนุษยชาติเกิดมาในโลกนี้ ความพยายามอยู่รอดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคน เริ่มต้นจากสมัยการทำเกษตรกรรมสืบต่อด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 20 การประกอบอาชีพได้เปลี่ยนโฉมจากการเพาะปลูกหรือผลิตเพื่อบริโภคเองมาเป็นเพาะปลูกหรือผลิตเพื่อการจำหน่ายเช่นเดียวกับวิวัฒนาการของบรรจุภัณฑ์จากอดีตมาถึงปัจจุบัน เริ่มด้วยบทบาทจากการปกป้องรักษาคุณภาพสินค้า พัฒนามาเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการบริโภคและโฆษณาสินค้าไปในตัว นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมด้วย

สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานการผลิตจากประเทศกสิกรรมมาเป็นประเทศอุตสาหกรรม ทำให้คนชนบทละถิ่นฐานของตัวเองมาเป็นคนเมืองมากยิ่งขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเพิ่มรายได้ สถานะความเป็นอยู่ของคนเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปเนื่องจากไม่มีเวลาที่จะเตรียมอาหารให้ครอบครัวและตัวเอง เวลาส่วนใหญ่ใช้ในการทำงานปกติและทำงานล่วงเวลายังไม่รวมถึงเวลาในการสัญจร บรรจุภัณฑ์ที่จะอำนวยความสะดวกในการเตรียมอาหารเพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านเวลาที่จำกัดของตัวเองจึงได้อุบัติขึ้น ตัวอย่างเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องชนิดต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากเวลาอันจำกัดนี้เอง ทำให้พฤติกรรมที่ใช้ในการจับจ่ายใช้สอยเปลี่ยนไปด้วย การซื้ออาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ที่สะดวกในการเดินทางซึ่งมีอยู่ทั่วไปในระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร สินค้าที่วางจำหน่ายในซุปเปอร์สโตร์หรือคอนวีเนียนสโตร์จำต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถสนองความต้องการของคนเมืองตามที่ได้กล่าวถึง สภาวะความเป็นอยู่และนิสัยการจับจ่ายใช้สอยที่เปลี่ยนไปดังที่กล่าวมานี้ ส่งผลให้เกิดการวิวัฒนาการทางด้านบรรจุภัณฑ์พร้อมทั้งกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป วิวัฒนาการของบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวย่อมหนีไม่พ้นการศึกษาวิจัยพัฒนาตัวบรรจุภัณฑ์และวิวัฒนาการของกระบวนการผลิตอาหาร

ผู้อุปโภคบริโภคในปัจจุบันมีความต้องการแตกต่างกันแปรตามอายุ เพศ ศาสนา สถานะ ความเป็นอยู่ เป็นต้น มาตรฐานความเป็นอยู่ของคนในประเทศที่มีบรรจุภัณฑ์ได้มาตรฐานย่อมมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า สืบเนื่องจากความสามารถในการรักษาคุณภาพอาหาร การผลิตป้อนสู่ตลาดเป็นจำนวนมากด้วยเครื่องจักรทำให้ราคาต่อหน่วยต่ำลง และสามารถบริโภคได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นโดยไม่แบ่งแยกวรรณะทางด้านเศรษฐกิจ ตัวอย่างของนมกล่องเป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนของการรณรงค์ให้เด็กนักเรียนทั่วทั้งประเทศได้ดื่มนมระหว่างอาหารกลางวัน จากการพัฒนาของบรรจุภัณฑ์นมกล่องที่บรรจุในสถานะปลอดเชื้อทำให้สามารถเก็บได้นานและสามารถจัดส่งไปยังชนบทไกลๆ ได้ ส่งผลให้มีการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินจำนวนหลายพันล้านบาทต่อปีแจกนมให้เด็กนักเรียนเพื่อสร้างให้เยาวชนรุ่นหลังได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ตัวอย่างการวิวัฒนาการของบรรจุภัณฑ์นมกล่องนี้ ย่อมทำให้สุขภาพอนามัยของอนุชนรุ่นหลังดีกว่ารุ่นบรรพบุรุษ

ประวัติการพัฒนาบรรจุภัณฑ์

ในสมัยดึกดำบรรพ์บรรจุภัณฑ์มักจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ลูกน้ำเต้า ใบไม้ เปลือกหอย เป็นต้น มาถึงยุคสมัยประมาณ 5000 ปีก่อนพุทธกาล มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้เครื่องปั้นดินเผาทำให้สามารถเก็บตุนอาหารได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้สามารถนำส่งไปยังพื้นที่ห่างไกลออกไป พร้อมทั้งการนำไปสู่การแลกเปลี่ยนสินค้าและค้าขายเป็นสินค้าได้ บรรจุภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้พบแหล่งผลิตในประเทศกรีซและส่งไปขายไกลถึงประเทศอิตาลีในปัจจุบัน

บรรจุภัณฑ์แก้วเริ่มมีการผลิตประมาณ 2000 ปีก่อนพุทธกาลในแถบเมโสโปเตเมียหรือประเทศอียิปต์ในปัจจุบัน ส่วนขวดแก้วใสนั้นสามารถผลิตได้ประมาณ 1000 ปีก่อนพุทธกาล และทำให้อียิปต์เป็นประเทศที่ชำนาญในการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว ต่อมาประมาณ พ.ศ. 500 วิวัฒนาการทางด้านบรรจุภัณฑ์แก้วได้เปลี่ยนมาเป็นการเป่าแก้วซึ่งได้ตกทอดมรดกมาถึงปัจจุบันนี้ วิวัฒนาการในการผลิตแก้วได้ก้าวมาสู่จุดสุดยอดด้วยการพัฒนาของชาวโรมัน ประมาณ พ.ศ. 800

กระดาษเริ่มผลิตได้ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกับแก้ว คือ ประมาณ พ.ศ. 600 ในประเทศจีนแต่ในยุคนั้นกระดาษยังไม่ได้นำมาใช้ห่อสินค้า จวบจนกระทั่งกระดาษได้รับการนำเข้าสู่ประเทศยุโรปผ่านประเทศทางอาหรับ และเริ่มมีการผลิตกระดาษครั้งแรกในทวีปยุโรปที่ประเทศสเปนทางเหนือของวาเลนเซียโดยชาวมุสลิมสเปน กระดาษได้รับการแปรรูปเป็นถุงกระดาษในช่วง พ.ศ. 2161 ถึง พ.ศ. 2191 และมีการใช้มากถึง 800 ล้านถุงในสหรัฐอเมริกาในช่วงปีพ.ศ. 2418 ส่วนการตัด การทับเส้น พร้อมทั้งการพิมพ์เพื่อแปรรูปกล่องกระดาษแข็งนั้นเริ่มได้รับความนิยมใน พ.ศ. 2423

บรรจุภัณฑ์โลหะ เริ่มจากการค้นพบวิธีการชุบโลหะด้วยดีบุกโดยกระบวนการ Hot Dip ของชาวโบฮีเมียน ประมาณ พ.ศ. 700 จนกระทั่งมีการแปรรูปมาทำเป็นกระป๋องบรรจุยาเส้นที่พบในอังกฤษต้องใช้เวลานานถึง 500 ปีหลังจากการค้นพบการชุบดีบุก บรรจุภัณฑ์ในแถบทวีปเอเชียได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ คือ มีการใช้กระป๋องใส่ชาที่ผลิตจากประเทศในแหลมมลายูด้วยปริมาณชา 1 “Kati” หรือประมาณ 1.5 ออนซ์ในปัจจุบันนี้เพื่อวางจำหน่ายในยุโรป

ในแง่ของการศึกษาประวัติศาสตร์ของบรรจุภัณฑ์ บุคคลที่ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุด คือ ผู้ประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาอาหารได้เป็นชาวเปอร์เซียนที่ชื่อ Nicolas Appert ซึ่งได้รับรางวัลจากจักรพรรดินโปเลียนในฐานะที่เป็นคิดค้นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาอาหารไว้เป็นเสบียงแก่ทหาร บรรจุภัณฑ์อาหารดังกล่าวนี้จะใช้ขวดแก้วพร้อมจุกที่ปิดสนิทแน่นและสามารถฆ่าเชื้อด้วยความร้อนได้ หลักการถนอมอาหารด้วยการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนนี้ได้รับการวิวัฒนาการต่อโดยใช้เป็นกระป๋องโลหะโดยชาวอังกฤษที่ชื่อ Donkin and Hall ซึ่งเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์การผลิตในอังกฤษจาก Appert ด้วยเหตุนี้ Appert จึงได้รับเกียรติในฐานะผู้คิดค้นบรรจุภัณฑ์กระป๋องโลหะที่สามารถฆ่าเชื้อได้เป็นคนแรก

กระป๋องโลหะสำหรับบรรจุอาหาร

บรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้บรรจุอาหารอย่างกว้างขวางเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาในสภาวะปกติคือ บรรจุภัณฑ์ประเภทโลหะหรือกระป๋องโลหะ ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นอาจเข้ามามีบทบาทมากขึ้นแต่กระป๋องโลหะยังคงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากกระป๋องโลหะมีจุดเด่น คือ สามารถรักษากลิ่นและรสของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภายในได้ยาวนานกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ ความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานความสามารถคงสภาพบรรจุภัณฑ์ให้สมบูรณ์ (Integrity) ความแวววาวของผิวกระป๋องที่เตะตาผู้ซื้อง่ายต่อการพิมพ์สีหรือปิดฉลากบนผิวกระป๋อง นอกจากนี้ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากสามารถนำกลับมาผลิตใหม่หรือรีไซเคิลได้

วัสดุที่ใช้ในการผลิตกระป๋องบรรจุอาหาร

ปัจจุบันวัสดุที่นิยมใช้ในการผลิตกระป๋องบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ แผ่นเหล็กชุบดีบุก แผ่นเหล็กชุบโครเมี่ยม หรือแผ่นเหล็กปลอดดีบุก แผ่นอลูมิเนียม และสารเคลือบหรือแลคเกอร์

  1. แผ่นเหล็กชุบดีบุก (Tin plate, TP)

แผ่นเหล็กดำที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำและมีการชุบดีบุกทั้งสองด้าน การนำเหล็กและดีบุกมาใช้ร่วมกันจะทำให้คุณสมบัติของแผ่นเหล็กชุบดีบุกมีความแข็งแรง ขึ้นรูปง่าย ทนต่อการกัดกร่อน และมีลักษณะปรากฏที่ดี ซึ่งการชุบดีบุกบนแผ่นเหล็กมี 2 วิธีคือวิธีจุ่มร้อน (Hot dip tinplate) ซึ่งปริมาณดีบุกที่ชุบบนผิวแผ่นเหล็กจะเท่ากันทั้ง 2 ด้าน และวิธีชุบด้วยกระแสไฟฟ้า (Electrolytic tinplate, ETP) สามารถชุบดีบุกบนแผ่นเหล็กทั้ง 2 ด้านให้มีปริมาณดีบุกเท่ากันหรือไม่เท่ากันก็ได้

  1. แผ่นเหล็กชุบโครเมี่ยม (Tin free steel, TFS) แผ่นเหล็กดำที่นำมาเคลือบผิวด้วยสารอื่นแทนดีบุก เพื่อลดต้นทุนการผลิตเนื่องจากดีบุกมีราคาแพง แต่แผ่นเหล็กชุบโครเมี่ยมก็ยังไม่สามารถทดแทนแผ่นเหล็กชุบดีบุกได้ทั้งหมด เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ เช่น กระป๋องแผ่นเหล็กชุบโครเมี่ยมจำเป็นต้องเคลือบแลคเกอร์ด้านในเมื่อนำไปใช้งานในการเชื่อมตะเข็บข้างด้วยกระแสไฟฟ้าจำเป็นต้องกำจัดชั้นของโครเมี่ยมที่รอยเชื่อมออกก่อน ในปัจจุบันมีการชุบอยู่ 3 ประเภท คือ

– ชุบด้วยสารผสมฟอสเฟตและโครเมต เป็นฟิล์มบางๆ ใช้ทำกระป๋องบรรจุเบียร์ น้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และทำถังโลหะชนิดต่างๆ

– ชุบด้วยอลูมิเนียม มีความทนทานต่อการกัดกร่อนเนื่องจากความชื้นได้ดี แต่ไม่สามารถใช้กับอาหารที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง

– ชุบด้วยโครเมี่ยมและโครเมี่ยมออกไซด์ เพื่อให้สามารถป้องกันการกัดกร่อนได้ดี นิยมใช้ทำกระป๋องบรรจุอาหารทะเล นมข้นหวาน เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนการขึ้นรูปกระป๋อง 3 ชิ้น จะเชื่อมตะเข็บข้างของแผ่นเหล็กโดยวิธีบัดกรีไม่ได้ แต่สามารถเชื่อมได้ด้วยกระแสไฟฟ้าและวัตถุประสาน

  1. แผ่นอลูมิเนียม (Aluminium)

คุณภาพของแผ่นอลูมิเนียมที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของกระป๋อง แผ่นอลูมิเนียมเพียงอย่างเดียวอาจมีคุณภาพไม่ดีพอ ดังนั้นแผ่นอลูมิเนียมผสมจึงได้รับการพัฒนาขึ้น แผ่นอลูมิเนียมที่นำมาใช้มักเติมสารใช้สาหรับการเจือ (Alloy element) เพื่อให้คุณสมบัติด้านความแข็งแรง การขึ้นรูป ทนทานต่อการกัดกร่อนและสารอื่นๆ ตามการใช้งาน ชนิดของสารที่ใช้เจือ เช่น เหล็ก แมงกานีส _แมกนีเซียม ซิลิกอนสังกะสี และทองแดง เป็นต้น

  1. สารเคลือบ (Lacquer)

สารเคลือบหรือแลคเกอร์ คือ เรซินที่ละลายในสารละลาย เมื่อสารนี้เคลือบผิวแผ่นเหล็กแล้วจะแห้งโดยการระเหยของตัวทำละลาย แลคเกอร์ทำหน้าที่เป็นสารเคลือบผิวโลหะเพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างแผ่นโลหะกับอาหารที่อาจทำให้เกิดการกัดกร่อนของกระป๋องที่เนื้อโลหะ ป้องกันการเปลี่ยนรสของอาหาร อันเนื่องจากปฏิกิริยาเคมีที่อาจเกิดขึ้นระหว่างโลหะที่ละลายออกมากับอาหาร นอกจากนี้ในแลคเกอร์ยังประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆ (Additives) และเม็ดสีต่างๆ (Pigment) ในกรณีที่อาหารนั้นมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบอยู่ แลคเกอร์จะทำหน้าที่ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารประกอบของกำมะถันกับแผ่นเหล็กหรือดีบุก ทำให้เกิดรอยด่าง(Sulphur staining) และยังป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนสีของอาหาร เนื่องจากปฏิกิริยาของดีบุกต่อสีของผลไม้บางชนิด เช่น แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ในสตอรเบอรี่ เป็นต้น แลคเกอร์ที่ใช้ในการเคลือบกระป๋องบรรจุอาหาร ได้แก่

4.1 ออรีโอเรซินัส(Oleoresinous) ได้จากกัมธรรมชาติ (Natural gum) และเรซิน (Resin) หรือชันสนผสมกับน้ำมันชักแห้ง (Drying oil) เช่น น้ำมันลินสีด (Linseed oil) น้ำมันทัง (Tung oil) มีสมบัติเกาะติดผิวโลหะได้ดีและยืดหยุ่น ทนความร้อนในการขึ้นรูปกระป๋องได้ดี นิยมใช้เคลือบกระป๋องสำหรับบรรจุอาหารที่เป็นกรด ถ้าต้องการให้กระป๋องกันคราบกำมะถันจะเติมสังกะสีออกไซด์ (Zinc oxide) ในแลคเกอร์และเรียกแลคเกอร์ชนิดนี้ว่า C-enamel นิยมใช้เคลือบกระป๋องสำหรับบรรจุอาหารที่มีกำมะถันสูง เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อ อาหารทะเล ซุป ข้าวโพด เป็นต้น

4.2 ฟีโนลิกเรซิน (Phenolic resin) เป็นเรซินสังเคราะห์ประเภทฟีนอลฟอร์มาลดีไฮด์ (Phenol formaldehyde) มีสมบัติป้องกันคราบกำมะถันได้ดีมาก ทนต่อสารเคมีและความร้อนได้สูง แต่ฟิล์มของแลคเกอร์มีความยืดหยุ่นต่ำ ทำให้เคลือบหนาไม่ได้ มักใช้เคลือบกระป๋อง 3 ชิ้น บรรจุอาหารที่มีกำมะถันสูง เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อ อาหารทะเล ซุป ข้าวโพด เป็นต้น

4.3 ไวนิล เรซิน (Vinyl resin) เป็นเรซินสังเคราะห์จำพวกโคพอลิเมอร์ของไวนิลคลอไรด์กับไวนิลแอซีเทต (Vinyl chloride – vinyl acetate copolymer) มีสมบัติเกาะติดผิวโลหะและยืดหยุ่นดี ไม่มีกลิ่น ไม่ทนความร้อน นิยมใช้เคลือบฝากระป๋องและฝาขวดแก้ว สำหรับการเคลือบกระป๋องนิยมใช้เคลือบทับ (Top coating) บนแลคเกอร์ที่ไม่เหมาะสมจะสัมผัสอาหารโดยตรงเนื่องจากอาจมีกลิ่นปนเปื้อนอาหาร โดยเฉพาะกระป๋องบรรจุเครื่องดื่ม เช่น น้าผลไม้ ชา-กาแฟ พร้อมดื่ม น้าอัดลมและเบียร์ เป็นต้น

4.4 อีพอกซี่ฟีโนลิค (Epoxy-phenolic resin) เป็นเรซินผสมระหว่างอิพอกซีกับฟีนอลิก มีสมบัติทนกรดและด่างเกาะติดผิวโลหะได้ดี ไม่มีกลิ่น และป้องกันคราบกำมะถันได้ดี แลคเกอร์ชนิดนี้สามารถผสมกับสารเพิ่มคุณสมบัติชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติตามต้องการ

– ผสมกับสีซึ่งจะให้สีทองโดยความเข้มของสีแตกต่างกันตามปริมาณสีที่ใส่ลงไป เหมาะสำหรับอาหารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น ซอสมะเขือเทศ

– ผสมกับอลูมิเนียมปริมาณร้อยละ 50 เหมาะสำหรับอาหารที่มีซัลเฟอร์สูงหรืออาหารทะเล เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อ ปลา เป็นต้น

– ผสมกับสังกะสีออกไซด์ เหมาะสำหรับบรรจุอาหารเหลว เช่น ซุป

 

บริษัท ยูบิส (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีคุณภาพสูงชนิดพิเศษ ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารกระป๋อง โดยมีกลุ่มลูกค้าคือ บริษัทผลิตอาหารกระป๋อง บริษัทส่งออกอาหารกระป๋อง บริษัทผลิตปลากระป๋อง โรงงานบรรจุภัณฑ์กระป๋อง โรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋อง ผลิตปลาร้ากระป๋อง โรงงานทำปลากระป๋อง โรงงานผลิตกระป๋องบรรจุอาหาร โรงงานแปรรูปอาหารกระป๋อง โรงงานแปรรูปปลาทูน่า ที่จะเลือกหลากหลายผลิตภัณฑ์จากยูบิส ทั้งสีแลคเกอร์ ใส, แลคแกอร์ด้านใน สีทอง, แลคแกอร์ ด้านใน สีเงิน, แลคแกอร์ด้านใน สีทอง bpa ni, แลคแกอร์ด้านใน สีเงิน bpa ni แลคเกอร์เคลือบรอยตะเข็บ เพื่อกระป๋องอาหาร กระป๋องบรรจุอาหาร กระป๋อง 2 ชิ้น กระป๋อง 3 ชิ้น กระป๋องโลหะบรรจุเครื่องดื่ม กระป๋อง drd  กระป๋อง dwi กระป๋องสเปรย์ monobloc aerosol ถังโลหะ รวมถึง ยางยาแนวบนฝาเกลียว ฝาโลหะ ฝาเกลียวพลาสติก ฝาเกลียวล็อค ฝาเกลียวอลูมีเนียม ฝาเกลียวต่อเนื่อง ฝาเกลียวรีด ฝาเกลียวบิดขาด ฝาเกลียวบิดขาดทรงสูง ฝาในแกลลอน ฝาปิดแกลลอน ฝาทั่วไป

โดยทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการผลิต คิดค้นและพัฒนาภายใต้สูตรและเทคโนโลยีกระบวนการผลิตของบริษัท ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะเน้นการติดต่อประสานงานกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดทุกรายอย่างเสมอภาค เพื่อรับทราบความต้องการหรือปัญหาของการใช้ผลิตภัณฑ์ ด้วยทีมงานขายที่มีประสบการณ์  (Technical Sales Team) และบริษัทมีทีมงานด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Technology & Development) ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาคุณสมบัติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของบริษัท จึงมั่นใจในการนำเสนอและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านงานบริการและคุณภาพของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ของลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

 

แหล่งข้อมูล

  1. ปุ่น คงเจริญเกียรติ และสมพร คงเจริญเกียรติ. (2554). “พัฒนาการของบรรจุภัณฑ์ ตอนที่ 1”. [ระบบ-ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.foodnetworksolution.com/news_and_articles/article/0095/

 

  1. http://www.research-system.siam.edu/images/0_Ad_Coop/2558/Effect_of_side_strip_lacquer_SSE_-_0611_Red_on_physico-chemical_Characteristics_and_rust_proof_at_side_seam_area_of_three_pieces_can/06_ch2.pdf

 

  1. https://www.bbc.com/news/magazine-21689069