แลกเกอร์หรืออินาเมล (enamel) แลกเกอร์เป็นของเหลวที่มีส่วนประกอบหลักคือ เรซินของโอลีโอเรซินัส (oleo resinous) หรือสารประกอบของไวนิล (vinyl)
หรืออีพ็อกซี (epoxy) หรือฟินอลิก (phenolic) หรือพอลิเอสเตอร์ (polyester) และตัวทาละลาย

– ป้องกันการเปลี่ยนรสของอาหาร: โลหะที่ละลายออกมาปนกับอาหาร
– ป้องกันการเปลี่ยนสีของอาหาร
– ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างโลหะกับอาหาร ที่อาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนของกระป๋อง หรือการเกิดก๊าซไฮโดรเจนภายในกระป๋อง

ชนิดของแลกเกอร์

มาตรฐานแลกเกอร์สาหรับใช้กับภาชนะบรรจุอาหารในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเรื่อง “แลกเกอร์ สำหรับใช้กับภาชนะบรรจุอาหาร” (มอก.735)
ได้จำแนกแลกเกอร์ที่ใช้กับกระป๋องบรรจุอาหารออกเป็น 2 ประเภท คือ

(1) ประเภทที่ 1 แลกเกอร์สาหรับเคลือบกระป๋องที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน (thermal processing) ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็นอีก 3 ชนิด คือ

  • ชนิดทนกรด สำหรับกระป๋องบรรจุอาหารที่มีความเป็นกรดสูง (acid canned food)
  • ชนิดทนกามะถัน สาหรับกระป๋องบรรจุอาหารที่มีปริมาณกามะถันสูง
  • ชนิดทั่วไป สำหรับกระป๋องบรรจุอาหารที่นอกเหนือจากชนิดทนกรดและกำมะถัน

(2) ประเภทที่ 2 แลกเกอร์สาหรับเคลือบกระป๋องที่ไม่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน

ชนิดของแลกเกอร์ที่ใช้เคลือบผิวกระป๋อง

enamel

แลกเกอร์ที่รู้จักกันทั่วไปสำหรับการเคลือบผิวกระป๋อง ได้แก่

 

  1. แลกเกอร์โอลีโอเรซินัส แม้ว่าในปัจจุบันจะถูกทดแทนด้วยแลกเกอร์อีพ็อกซี-ฟินอลิก (epoxy phenolic) แต่ก็ยังมี ใช้อยู่บ้างในประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับเคลือบผิวกระป๋องบรรจุผลิตภัณฑ์จากผักและผลไม้ ส่วนในทวีปยุโรป มักจะ ใช้แลกเกอร์อีพ็อกซี-ฟินอลิกทดแทนมากว่าแลกเกอร์โอลีโอเรซินัส มีสมบัติในการป้องกันการเกิดคราบดำของดีบุก ซัลไฟด์ได้ไม่ดีนัก ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการเติมสังกะสีออกไซด์ (ZnO) ลงไปในแลกเกอร์ชนิดนี้ เพื่อช่วยรักษาสี ธรรมชาติของผลิตภัณฑ์จากผักและผลไม้บางชนิดที่มีแอนโทไซยานิน (anthocyanin) เช่น เบอร์รี บีท กะหล่ำปลีสีแดง เป็นต้น รวมทั้งใช้กับอาหารที่มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ เช่น ข้าวโพด ถั่วเมล็ดแห้ง เนื้อเป็ดและไก่ อาหารทะเล เป็นต้น.
  2.  แลกเกอร์ไวนิล สมบัติเฉพาะของแลกเกอร์ชนิดนี้คือ มีความติดแน่นและยืดหยุ่นสูง แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถทน ความร้อนในการฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตามเนื่องจากแลกเกอร์ชนิดนี้ปราศจากกลิ่นและรส จึงนิยมใช้เคลือบผิวในเป็นชั้นที่สองของกระป๋องบรรจุเบียร์ไวน์ น้าอัดลม ขนมหวาน อาหารแห้งต่างๆ และเภสัชผลิตภัณฑ์ใช้เคลือบได้ทั้งเหล็กและ อะลูมิเนียม โดยทั่วไปแลกเกอร์ไวนิลมักจะผสมกับแอลคิด (alkyd) ฟินอลิก และอีพอกซี เพื่อให้มีสมบัติตามความ ต้องการใช้งานเฉพาะ
  3.  แลกเกอร์ฟินอลิก เป็นแลกเกอร์ที่มีความทนทางต่อสารเคมี และมีการซึมผ่านต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอออนของ ซัลไฟด์ ด้วยเหตุนี้จึงนิยมใช้กับการเคลือบผิวกระป๋องบรรจุอาหารเนื้อและปลา
  4. แลกเกอร์อะคริลิก (acryic) เป็นแลกเกอร์ที่เหมาะสมกับการเคลือบกระป๋องที่ต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน (thermal processing) เพราะสามารถทนความร้อนได้สูง แต่เดิมแลกเกอร์ชนิดนี้ใช้เพื่อเคลือบผิวนอกกระป๋อง เท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีการใช้เคลือบผิวในให้มีสีขาวสวยงามไม่เกิดการเกาะของคราบดำด้วย
  5. แลกเกอร์อีพอก-ฟีนอลิก (epoxy phenolic) เป็นแลกเกอร์ทีนิยมใช้กันที่สุดในปัจจุบันทั้งเคลือบกระป๋องที่ผลิตจาก เหล็กและอะลูมิเนียม เนื่องจากมีคุณสมบัติทนทานต่อกรด มีความยืดหยุ่นสูง เกาะติดได้แน่น และทนความร้อนสูง แลกเกอร์ชนิดนี้ ยังแบ่งย่อยได้อีกหลายอย่าง ซึ่งครอบคลุมการใช้งานอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้, ผลไม้ชนิดผัก, ซุป, เนื้อปลา เป็นต้น.

 

ที่มา: ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหารครบวงจร